top of page
พื้นซีเมนต์

มาตรฐานงานฐานราก
โดย KITCHEN FORT

#หลักการวางฐานราก
สัมพันธ์กับสภาพดินอย่างไร

งานฐานรากคนไทยรู้จักกันนานแล้ว แต่จะนานแค่ไหน Kitchen Fort ต้องขอเล่าย้อนไปในสมัยอยุธยา หลักฐานการวางฐานรากของไทยในสมัยนี้ได้แก่ฐานรากของพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหารครับ โดยเป็นฐานรากแผ่รองด้วยไม้ลักษณะเหมือนเสาเข็ม ต่อมาในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์เริ่มมีการใช้หลักวิศวกรรมฐานรากมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่ก่อสร้างนั้นอยู่ติดกับแม่น้ำซึ่งเป็นชั้นดินอ่อนครับ ทั้งนี้ในอดีตฐานรากเสาเข็มก็ก่อสร้างกันไปตามประสบการณ์ของช่างซึ่งอาจจะเป็นวิธีแบบลองผิดลองถูกกันไปนั่นเองครับ
​

Kitchen Fort คิดว่าหลายคนคงสงสัยว่าจริง ๆ แล้วงานฐานรากคืออะไร ? งานฐานรากมีความจำเป็นต่อโครงสร้างทุกชนิดอันได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงของโลกเลยครับ ซึ่งต้องใช้วิธีการคำนวณให้รู้ถึงน้ำหนักของเสาเข็ม คาน ฐานราก หรือก็คือต้องหาน้ำหนักโครงสร้างของอาคารทั้งหลังเพื่อการออกแบบงานฐานรากได้อย่างเหมาะสมนั่นเองครับ

ปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับการคำนวณน้ำหนักตามที่ Kitchen Fort บอกไว้ข้างต้น ก็คือ สภาพของดินในพื้นที่ก่อสร้างนั่นเองครับ เมื่อเราสร้างบ้านหรือสร้างอาคารใดก็ตามวัสดุแรกสุดก็คือดินที่มีอยู่มากมายบนพื้นโลกนั่นเอง ซึ่งสภาพดินของประเทศไทยแต่ละภูมิภาคก็มีความแตกต่างกันนะครับ เพราะฉะนั้นวิศวกรจะต้องใช้ความรู้ทางปฐพีกลศาสตร์มาช่วยในการตรวจสภาพดินหรือเลือกใช้แหล่งวัสดุดินอย่างเหมาะสม 

Constuction คนทำงาน

# KITCHEN FORTตอกเสาเข็มลึกที่สุด 23 เมตร

สำหรับสภาพดินของพื้นที่กรุงเทพฯ จะถูกเรียกด้วยชื่อเฉพาะว่า Soft Bangkok Clay หรือชั้นดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นดินตกตะกอนบริเวณปากแม่น้ำ ที่ดินตะกอนเหล่านั้นถูกพัดไปลงสู่ทะเล และพัดกลับมาตกตะกอนในแม่น้ำนับครั้งไม่ถ้วน Soft Bangkok Clay หรือชั้นดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ จะมีความหนาประมาณ 18 เมตร อย่างที่ Kitchen Fort เคยตอกเสาเข็มลึกที่สุด 23 เมตรในพื้นที่โซนลาดกระบังครับ 

# แล้วเราควรตอกเสาเข็มที่ระดับความลึกเท่าไรกันล่ะ ?

สำหรับสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่กรุงเทพฯ ควรตอกเสาเข็มลึก 18-27 เมตรเพื่อให้ถึงชั้นดินเหนียวแข็ง หากเป็นอาคารขนาดใหญ่เกิน 25 ชั้นก็ควรตอกลึกมากกว่า 50 เมตรครับ นอกจากสภาพดินจะเป็นตัวบอกเบื้องต้นว่าอาคารขนาดนี้ควรตอกเสาเข็มลึกกี่เมตรแล้ว ก็ยังมีปัจจัยอีกอย่างที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือการออกแบบอาคารของสถาปนิก และการออกแบบฐานรากของวิศวกรฐานรากครับ โดยการกำหนดแบบฐานรากนั้นวิศวกรจะพิจารณาจากแบบของสถาปนิกก่อนว่าฟังก์ชั่นการใช้งานของอาคารทั้งหลังเป็นอย่างไร ร่วมกับสภาพชั้นดินในบริเวณที่จะต่อเติม จากนั้นจึงกำหนดจำนวนเสาเข็ม ความลึกของเสาที่ลงดิน และรูปแบบการวางฐานรากให้เหมาะสม ซึ่งก็มีความแตกต่างกันไปตามพื้นที่นั่นเองครับ

​

​

เป็นอย่างไรครับกับเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการวางฐานรากที่ Kitchen Fort นำมาแชร์กันในครั้งนี้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมวิศวกรของ Kitchen Fort จะต้องตรวจสอบดินในพื้นที่ก่อสร้างก่อนเสมอ ๆ นั่นเองครับ เพราะการรู้ข้อมูลดินทางวิศวกรรมจะทำให้เราออกแบบโครงสร้างฐานรากของห้องครัวได้อย่างเหมาะสม ประหยัด ปลอดภัย ให้ Forter ทุกท่านได้มั่นใจว่าห้องครัวที่ต่อเติมกับ Kitchen Fort มีความแข็งแรงเหมือนเป็นบ้านอีกหลังแน่นอน

 

ข้อมูลประกอบการเขียน

เอกสารออนไลน์ "วิศวกรรมฐานราก" จาก http://www.npdwebsite.net/knowledge/store_act/p1280918233345.pdf

บุคคลที่สวมชุดหูฟังสำหรับการสนทนาทางวิดีโอ

ติดต่อประเมินราคาต่อเติม

เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย กับรูปเเบบใบเสนอราคาที่สามารถทำความเข้าเเม้ไม่มีความรู้เรื่องก่อสร้าง สามารถปรับเเต่งได้ตามงบประมาณ เเละ ความต้องการ ได้อย่างไม่ยากเย็น พร้อมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา 

bottom of page